สำหรับครอบครัวที่กำลังเฝ้าดูแลคนที่รัก
คุณไม่ได้กำลังแช่ง
คุณกำลังปกป้องเขาจากความวุ่นวายในวันสุดท้าย
ถ้าตอนนี้คุณกำลังนั่งอยู่ข้างเตียงในห้อง ICU หรือดูแลคนที่รักในระยะประคับประคอง แล้วมีความคิดเรื่องวันข้างหน้าแวบเข้ามา — แล้วคุณรีบผลักมันออกไปเพราะรู้สึกผิด
หน้านี้เขียนขึ้นเพื่อบอกว่า ความคิดนั้นไม่ผิดครับ และการเตรียมไว้ตั้งแต่วันนี้ คือสิ่งที่จะทำให้วันนั้นคุณได้อยู่ข้างเตียงจนถึงวินาทีสุดท้าย แทนที่จะออกมายืนโทรหาวัดที่หน้าลิฟต์
ปรึกษาได้โดยไม่ต้องมัดจำ · ไม่มีการติดตามโทรกลับ · เก็บเป็นความลับทั้งหมด
01 — เรื่องที่ค้างอยู่ในใจ
“เตรียมตอนนี้ มันเหมือนแช่งเขาหรือเปล่า”
เราได้ยินประโยคนี้จากเกือบทุกครอบครัวที่โทรมาในระยะนี้ และคำตอบของเราเหมือนเดิมทุกครั้ง
ลองคิดแบบนี้ครับ — คุณซื้อประกันชีวิตให้ลูก ไม่ได้แปลว่าคุณอยากให้ลูกตาย คุณติดตั้งถังดับเพลิงในบ้าน ไม่ได้แปลว่าคุณอยากให้บ้านไฟไหม้ การเตรียมสิ่งที่อาจเกิดขึ้น เป็นคนละเรื่องกับการอยากให้มันเกิด
และในทางกลับกัน สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับครอบครัวที่ไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย คือ ในนาทีที่เครื่องหยุดส่งสัญญาณ ลูกคนโตต้องเดินออกจากห้องไปหาที่ยืนโทรหาวัด ลูกคนรองต้องรีบขับรถกลับบ้านไปหาทะเบียนบ้าน คนที่ควรได้อยู่ตรงนั้นด้วยกันในนาทีนั้น กลับต้องแยกย้ายกันไปทำธุระ การเตรียมไว้ล่วงหน้า ไม่ได้เร่งอะไรให้เกิดเร็วขึ้นแม้แต่วินาทีเดียว แต่มันซื้อเวลานาทีสุดท้ายคืนมาให้คุณ
ถ้าผู้ป่วยยังสื่อสารได้ และครอบครัวเปิดใจคุยกันไหว การได้ถามความต้องการของเจ้าตัวเอง คือของขวัญที่ดีที่สุดที่ครอบครัวจะได้รับ หลายครอบครัวบอกเราว่า บทสนทนานั้นกลายเป็นความทรงจำที่มีค่าที่สุด ไม่ใช่เรื่องที่หนักที่สุดอย่างที่กลัวไว้
02 — เตรียมได้ตั้งแต่วันนี้
หกอย่างที่ทำได้ระหว่างเฝ้าไข้ โดยไม่ต้องจ่ายอะไรเลย
ทั้งหมดนี้ทำได้เงียบ ๆ ไม่ต้องบอกใคร ไม่ต้องมัดจำ และถ้าสุดท้ายไม่ได้ใช้ ก็ไม่เสียอะไร
01 · รวบรวมเอกสารไว้ในซองเดียว
บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ป่วย ทะเบียนสมรส และบัตรประชาชนของผู้ที่จะเป็นผู้แจ้งการตาย เก็บไว้ในซองเดียวกัน พกติดรถหรือฝากไว้กับคนที่ไว้ใจ
02 · ตกลงกันว่าจะใช้วัดไหน
เป็นการตัดสินใจที่ใช้เวลามากที่สุดและทะเลาะกันบ่อยที่สุด ถ้าคุยจบตั้งแต่วันนี้ วันนั้นจะเหลือแค่โทรบอก
03 · ประเมินจำนวนแขกคร่าว ๆ
ตัวเลขนี้กำหนดขนาดศาลาและงบประมาณเกือบทั้งหมด ไม่ต้องแม่น เอาแค่หลักสิบก็พอ
04 · ถามความต้องการของเจ้าตัว ถ้ายังทำได้
สวดกี่คืน อยากให้ใครมา มีอะไรที่ไม่อยากให้ทำ บันทึกเสียงหรือจดไว้ก็ได้
05 · เลือกผู้ตัดสินใจหลักไว้หนึ่งคน
ในวันนั้นจะมีคำถามเข้ามาพร้อมกันหลายทาง ถ้าไม่มีคนกลาง ครอบครัวจะเสียเวลาไปกับการหาข้อสรุป
06 · เก็บเบอร์ที่ต้องใช้ไว้ในโทรศัพท์
เบอร์วัด เบอร์ญาติผู้ใหญ่ที่ต้องแจ้งก่อน และเบอร์ทีมงานที่จะช่วยประสาน บันทึกไว้ล่วงหน้าให้หาเจอใน 5 วินาที
03 — สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง
ในชั่วโมงแรก จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
ความกลัวส่วนใหญ่มาจากการไม่รู้ว่าจะเจออะไร เราจึงเขียนลำดับจริงไว้ให้อ่านล่วงหน้า คุณจะได้ไม่ต้องเรียนรู้มันในนาทีที่ทำใจไม่ทัน
ชั่วโมงที่ 0 · แพทย์แจ้งและบันทึกเวลา
ทีมแพทย์จะแจ้งอย่างเป็นทางการและบันทึกเวลา ครอบครัวมีเวลาอยู่กับร่างได้ระยะหนึ่ง ไม่ต้องรีบ ไม่มีใครมาไล่ หลายครอบครัวเสียใจภายหลังที่รีบเกินไปในช่วงนี้
ชั่วโมงที่ 0–2 · โรงพยาบาลเริ่มกระบวนการเอกสาร
โรงพยาบาลส่วนใหญ่มีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่ช่วยเรื่องหนังสือรับรองการตายให้ สอบถามได้ที่พยาบาลประจำหอผู้ป่วยหรือเคาน์เตอร์ ไม่ต้องหาเอง
ชั่วโมงที่ 1–3 · แจ้งญาติตามลำดับที่ตกลงไว้
ถ้าเตรียมรายชื่อและเบอร์ไว้แล้วตามข้อ 06 ขั้นนี้ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที ถ้าไม่ได้เตรียม อาจกินเวลาเป็นชั่วโมงในจังหวะที่คุณอยากอยู่นิ่ง ๆ ที่สุด
ชั่วโมงที่ 2–6 · เคลื่อนย้ายร่างสู่วัด
เป็นขั้นที่ต้องประสานหลายฝ่ายพร้อมกัน ทั้งรถ วัด และเวลาของพระสงฆ์ ถ้ามีทีมงานเตรียมไว้ล่วงหน้า สายเดียวจบ
ภายใน 24 ชั่วโมง · แจ้งการตายเพื่อรับใบมรณบัตร
ยื่นที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอในพื้นที่ที่เสียชีวิต โดยทั่วไปต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง เอกสารที่เตรียมไว้ตามข้อ 01 จะได้ใช้ในขั้นนี้
ลำดับนี้เป็นภาพรวมทั่วไป รายละเอียดต่างกันไปตามแต่ละโรงพยาบาลและแต่ละกรณี ทีมประคับประคองหรือนักสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับกรณีของคุณ และเป็นคนที่ควรคุยด้วยตั้งแต่วันนี้
04 — บทสนทนาที่ยากที่สุด
ถ้าคนในบ้านยังไม่พร้อมคุยเรื่องนี้
ในเกือบทุกครอบครัว จะมีคนหนึ่งที่มองเห็นความจริงก่อนคนอื่น และคนนั้นมักจะกลายเป็นคนที่ถูกมองว่าใจร้ายที่สุด
ถ้าคุณคือคนนั้น เราขอเสนอวิธีที่ได้ผลกับหลายครอบครัว
อย่าเปิดด้วยคำว่า “งานศพ” ให้เปิดด้วย “ความต้องการของท่าน”
ประโยคว่า “ถ้าวันหนึ่งท่านไม่อยู่ ท่านคงอยากให้เราทำแบบไหน” ฟังต่างจาก “เราต้องเริ่มเตรียมงานได้แล้ว” อย่างสิ้นเชิง ทั้งที่นำไปสู่คำตอบเดียวกัน
อย่าขอให้ทุกคนตัดสินใจ ขอแค่ให้ทุกคนรับรู้
เป้าหมายของบทสนทนาแรกคือทำให้เรื่องนี้ พูดได้ ไม่ใช่ทำให้ได้ข้อสรุป ถ้าจบวันแรกด้วยการที่ทุกคนยอมรับว่าต้องคุยกันสักวัน ถือว่าสำเร็จแล้ว และถ้ายังไม่ไหวจริง ๆ คุณเตรียมคนเดียวไปก่อนก็ได้ ไม่มีข้อไหนในหกข้อข้างต้นที่ต้องขออนุญาตใคร
05 — เมื่อคุณพร้อม
วางแผนไว้ล่วงหน้า โดยยังไม่ต้องจ่ายอะไร
สิ่งที่เราทำให้ครอบครัวในระยะนี้ ไม่ใช่การขายแพ็กเกจ แต่คือการเตรียมแผนไว้ให้พร้อม แล้วรอ — โดยไม่มีมัดจำ ไม่มีสัญญา ไม่มีวันหมดอายุ
หนึ่ง · คุยกันหนึ่งครั้ง
ทางโทรศัพท์ก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อให้เรารู้ว่าครอบครัวต้องการอะไร วัดไหน แขกประมาณเท่าไร งบประมาณระดับใด
สอง · เราจัดทำแผนไว้ให้
แจ้งรายละเอียดเบื้องต้นของวัดที่เลือก ประเมินค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นตัวเลขเดียว แล้วส่งให้ครอบครัวเก็บไว้ ยังไม่มีการชำระเงินใด ๆ
สาม · เมื่อถึงวันนั้น โทรสายเดียว
ไม่ต้องอธิบายอะไรใหม่ ไม่ต้องตัดสินใจอะไรเพิ่ม เราเริ่มดำเนินการตามแผนที่วางไว้ได้ทันที
ไม่มีมัดจำ — การวางแผนไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีการเรียกเก็บใด ๆ ล่วงหน้า
ไม่ผูกมัด — เปลี่ยนใจ เปลี่ยนวัด หรือยกเลิกได้ตลอด โดยไม่มีค่าปรับ
ไม่โทรตาม — เราจะไม่โทรกลับไปถามความคืบหน้า คุณเป็นฝ่ายติดต่อเมื่อพร้อม
ไม่เปิดเผยข้อมูล — ไม่นำภาพหรือเรื่องราวของผู้รับบริการไปใช้ประชาสัมพันธ์ในทุกกรณี
06 — เครื่องมือ
บันทึกสุดท้าย — สมุดบันทึกความตั้งใจ
คู่มือที่เรารวบรวมเรื่องที่ครอบครัวควรรู้ไว้ในเล่มเดียว ตั้งแต่ความต้องการเรื่องการดูแลช่วงสุดท้าย รูปแบบพิธีที่อยากได้ ไปจนถึงบัญชี ทรัพย์สิน และรหัสผ่านต่าง ๆ ที่คนข้างหลังมักหาไม่เจอ
ถ้าผู้ป่วยยังกรอกเองได้ ให้ท่านกรอกเอง
หลายครอบครัวบอกเราว่าการได้ลงมือเขียนด้วยตัวเอง ทำให้ท่านรู้สึกว่ายังควบคุมชีวิตตัวเองได้อยู่ ซึ่งมีความหมายมากในระยะนี้ ถ้าไม่ไหวแล้ว ครอบครัวช่วยกันกรอกเท่าที่รู้ก็มีประโยชน์มาก ไม่จำเป็นต้องครบทุกช่อง
07 — คำถามที่พบบ่อย
เรื่องที่ครอบครัวมักถามในระยะนี้
ติดต่อไว้ตอนนี้ ต้องจ่ายมัดจำไหม
ไม่ต้องครับ การวางแผนล่วงหน้าไม่มีค่าใช้จ่าย และเราไม่เรียกเก็บเงินใด ๆ จนกว่าจะมีการใช้บริการจริง
ถ้าเตรียมไว้แล้วอาการดีขึ้น หรือเปลี่ยนใจ
ยกเลิกได้ทันทีโดยไม่มีค่าปรับ และเราถือว่านั่นเป็นข่าวดี แผนที่เตรียมไว้ไม่มีวันหมดอายุ เก็บไว้ใช้ในอนาคตได้
จะติดต่อได้อย่างไรโดยไม่ให้คนในบ้านรู้
โทรหรือทักไลน์มาได้โดยตรง เราไม่ส่งเอกสารไปที่บ้านและไม่โทรกลับ นอกจากคุณเป็นฝ่ายขอ
ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะใช้วัดไหน คุยได้ไหม
ได้ครับ ส่วนใหญ่ที่โทรมาในระยะนี้ก็ยังไม่รู้ เราจะช่วยดูจากที่ตั้ง จำนวนแขก และงบประมาณ แล้วเสนอตัวเลือกให้
ถ้าเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ต้องทำอะไรก่อน
โรงพยาบาลส่วนใหญ่มีเจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการเรื่องหนังสือรับรองการตายให้ สอบถามที่พยาบาลประจำหอผู้ป่วยได้ จากนั้นจึงนำไปแจ้งการตายเพื่อรับใบมรณบัตรภายใน 24 ชั่วโมง
ถ้าเสียชีวิตที่บ้าน ต่างจากที่โรงพยาบาลไหม
ต่างครับ กรณีเสียชีวิตนอกสถานพยาบาล ต้องแจ้งสถานีตำรวจในพื้นที่เป็นลำดับแรก ก่อนดำเนินการเรื่องเอกสารอื่น
คุยกับเราได้ แม้จะยังไม่ตัดสินใจอะไรเลย
หลายครอบครัวโทรมาเพียงเพื่อถามว่าตัวเองคิดถูกหรือเปล่าที่เริ่มเตรียม คำถามแบบนั้นเราตอบให้ได้ และไม่มีค่าใช้จ่าย
ถ้าวันนี้ยังไม่พร้อมคุย เก็บเบอร์นี้ไว้ในโทรศัพท์ก่อนก็ได้ครับ เท่านั้นก็ถือว่าคุณเตรียมไปหนึ่งขั้นแล้ว
ฟิวเนอรัล แพลน · ให้บริการกรุงเทพฯ และปริมณฑล
