ควรทำพิธีลอยอังคารตอนไหน กี่โมง และมีเรือลอยอังคารที่ไหนบ้าง

คำถามที่พบบ่อย

คำแนะนำที่เกี่ยวข้อง

Funeral Plans

ร่วมวางแผน และรับจัดงานศพอย่างมืออาชีพ

line : @funeralservice | โทร 06-4289-6394

ผู้ให้บริการ

ประกันชีวิต

สำนักกฎหมาย

ชุดสังฆทาน เครื่องไทยธรรม ไตรจีวร

  • Facebook
  • YouTube
  • Pinterest

© 2019 by Funeral Plans

ค้นหา

ควรทำพิธีลอยอังคารตอนไหน กี่โมง และมีเรือลอยอังคารที่ไหนบ้าง

ขณะที่เรามีชีวิตอยู่ เราควรทำความดีให้มากและสม่ำเสมอ ซึ่งการทำความดีก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ เนื่องจากหากมีความเชื่อเรื่องกรรมแล้ว ความตายย่อมอยู่ใกล้เราตลอดเวลา ความตายอยู่ใกล้แค่เอี้อม จะมาเมื่อไหร่ไม่มีใครสามารถรู้ได้ล่วงหน้า อาจจะไม่มีพรุ่งนี้ให้คุณได้ทำในสิ่งที่อยากทำ หรือนอนหลับในวันนี้อาจจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาคุยกับคนในครอบครัวของคุณก็ได้ ความตายพรากคุณไปจากทุกสิ่ง

หากเมื่อความตายมาถึง การดำเนินการตามความเชื่อ ตามพิธีทางศาสนา ก็เป็นกระบวนการที่ควรทำให้แก่ผู้เสียชีวิต โดยขั้นตอนต่างๆในการบำเพ็ญกุศล ได้แก่ การรดน้ำศพ การขอขมา การสวดพระอภิธรรม พิธีฌาปนกิจ และหลังจากนั้นก็จะถึงขั้นตอนการนำอัฐิ เถ้ากระดูกไปทำพิธีลอยอังคาร ซึ่งขั้นตอนการลอยอังคารนี้ ขึ้นกับความต้องการของแต่ละครอบครัว


เราจำเป็นต้องนำอัฐิไปลอยอังคารหรือไม่


พิธีลอยอังคาร ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ญาติจะแสดงความไว้อาลัยแด่ผู้ล่วงลับอัน เชื่อว่าเป็นการส่งดวงวิญญาณผู้ล่วงลับไปสู่ภพภูมิที่ดี แต่การที่ญาติจะตัดสินใจนำอัฐิไปลอยอังคาร (ใส่ลุ้ง) หรือเก็บอัฐิไว้บูชา (ใส่โกฐ หรือ เบญจรงค์) ไม่ว่าจะนำมาไว้ที่บ้าน หรือ ไว้ในกำแพง หรือสถูปที่วัดนั้น ย่อมมีเหตุผลที่แตกต่างกัน โดยทางฟิวเนอรัล แพลน ขอแสดงความเห็นส่วนตัวไว้ดังนี้

การนำอัฐิไว้ที่บ้าน เพื่อเป็นการไหว้ หรือ ทำความเคารพบรรพบุรุษ ควรทำก็ต่อเมื่อมีลูกหลาน ญาติพี่น้องคอยดูแล คอยกราบไหว้ เพราะหากนำมาไว้ที่บ้านและไม่มีคนคอยดูแลสืบไป ย่อมไม่เกิดประโยชน์ อาจเกิดความกลัว ความกังวลในรุ่นถัดๆไป

การนำอัฐิไว้ที่วัด เชื่อว่าวิญญาณผู้ล่วงลับจะได้ให้ฟังธรรม มีโอกาสได้รับบุญเพราะอยู่ในวัด และญาติพี่น้องสามารถมาพบกันที่วัดตามโอกาสสำคัญต่างๆได้สะดวกกว่านำไปไว้ที่บ้านของคนใดคนหนึ่ง ซึ่งหากนำมาไว้ที่วัด แต่ญาติพี่น้องไม่มีการมาไหว้ มาทำบุญ การปล่อยทิ้งไว้ที่วัดตามกำแพง หรือ สถูปต่างๆ ก็อาจจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

การนำอัฐิไปลอยอังคาร เป็นขนบธรรมเนียม เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นตามความเชื่อในพิธีทางศาสนาฮินดู โดยเชื่อว่าผู้ล่วงลับไปแล้วจะมีความร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากความทุกข์ความเดือดร้อน อยาก์ให้ผู้ตายแม้เกิดในที่ใดๆ ก็ให้อยู่เป็นสุขเหมือนน้ำที่มีแต่ความชุ่มเย็น และนอกจากนี้หากทางครอบครัวกังวลกับการดูแลอัฐิ เมื่อต้องนำมาไว้ที่บ้าน หรือ ไว้ที่วัด(ในระยะหลังๆมานี้ ทางวัดหลายๆแห่งก็เริ่มจะเกิดปัญหาไม่มีที่เก็บ) ดังนั้นหากทางบ้านไม่มีคนคอยดูแลเอาใจใส่ที่ดี การตัดสินใจนำอัฐิไปลอยอังคาร ก็อาจจะเป็นตัวเลือกในทางปฏิบัติที่เหมาะสม


ควรไปลอยอังคารกี่โมง

ตามปกติแล้วเรือจะพร้อมให้บริการในช่วงเวลา 7.00-17.00 น. ซึ่งทางญาติหรือเจ้าภาพควรทำการจองเวลาล่วงหน้า ในเวลาไหนก็ได้ที่พร้อมและสะดวก แต่เวลาที่คนนิยมจองกันส่วนมากจะอยู่ที่ประมาณ 10.00-13.00 น. เนื่องจากเผื่อเวลาเดินทางมายังท่าน้ำหลังจากเก็บอัฐิจากฌาปนสถานในเวลาเช้า รวมทั้งแสงแดดจะไม่ร้อนมาก


คนส่วนมากในกรุงเทพฯนิยมไปลอยอังคารที่ไหน

  • ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ

  • ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี

  • ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

  • หน้าวัดหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา

เรือลอยอังคารขึ้นได้กี่คน และมีค่าบริการเท่าไหร่

เรือลอยอังคารมีหลายขนาด ซึ่งรองรับผู้โดยสารตั้งแต่ 12 ท่าน จนถึง 50 ท่าน โดยเรือที่มีห้องน้ำบนเรือจะมีขนาดตั้งแต่ 35 ท่านขึ้นไป ซึ่งค่าบริการจะขึ้นกับขนาดของเรือ และระยะทางไปกลับ โดยค่าบริการจะเริ่มต้นที่ 1,000 บาท จนถึง 6,000 บาท และยังมีค่าใช้จ่ายสิ่งของเครื่องใช้ในพิธี อีกทั้งค่าพิธีกรและเจ้าหน้าที่ในการดำเนินงาน นอกจากนี้ควรสำรองค่าใช้จ่ายเพิ่มไว้ด้วย หากต้องการเตรียมอาหารว่างและเครื่องดื่มไว้บริการแขกระหว่างการเดินทาง เนื่องจากระยะเวลาที่ใช้จะอยู่ที่ประมาณ 40 -90 นาที

อุปกรณ์เครื่องใช้ในพิธีการลอยอังคาร

1. เครื่องสำหรับบูชาแม่ย่านางเรือ

• ดอกไม่สด 1 กำ หรือพวงมาลัย 1 พวง

• พานเล็ก 1 ใบ ( สำหรับใส่ดอกไม้ธูปเทียน )

• ธูป 7 ดอก เทียนหนัก 1 บาท 1 เล่ม

• เชือก 1 เส้น (สำหรับมัดธูปและดอกไม้ไว้ที่เสาหัวเรือ)


2.เครื่องบูชาเจ้าแม่นทีและท้าวสีทันดร

• กระทงดอกไม้ 7 สี 1 กระทง

• พานโตก ขนาดกลาง 1 ใบ (สำหรับใข้งางกระทงดอกไม้ 7 สี)

• ธูป 7 ดอก เทียนหนัก 1 บาท 1 เล่ม


3. เครื่องไหว้อังคารบนเรือ

• ลุ้งใส่อังคาร และผ้าขาวสำหรับห่อลุ้ง

• ธูป 1 ดอก เทียนหนัก 1 บาท 1 เล่ม พร้อมกระถางธูปเชิงเทียน 1 ชุด

• น้ำอบไทย 1 ขวด

• พวงมาลัย 1 พวง

• ดอกมะลิ กลีบกุหลาบ (สำหรับผู้ร่วมพิธีโรยบนอังคาร)

• ดอกกุหลาบ

• ธูป 1 ดอก เทียนหนัก 1 บาท 1 เล่ม พร้อมกระถางธูปเชิงเทียน 1 ชุด

• สายสิญจน์ 1 ม้วน

• พานโตกขนาดกลาง 1 ใบ (สำหรับรองลุ้งอังคาร)

• พานก้นลึกขนาดเล็ก 1 ใบ (สำหรับใส่ดอกไม้ต่าง ๆ)

• พานก้นตื้น 1 ใบ (สำหรับใส่เงินเหรียญ)


ขั้นตอนการลอยอังคารมีอะไรบ้าง

หลังจากผ่านขั้นตอนฌาปนกิจเรียบร้อยแล้ว ในวันรุ่งขึ้น เมื่อญาติได้ไปทำการเก็บอัฐิ เถ้ากระดูกซึ่งญาติก็จะตกลงกันว่า จะทำการเก็บอัฐิไว้ หรือว่าจะทำการนำไปทำพิธีลอยอังคาร หากเก็บไว้ก็จะใส่โกศ หรือโถเบญจรงค์ หากนำไปทำพิธีลอยอังคาร ก็จะห่อผ้าขาวแล้วบรรจุในอุปกรณ์ ที่เรียกว่า ลุ้ง โดยขั้นตอนและวิธีการลอยอังคารมีดังนี้


1. บูชาแม่ย่านางเรือ

เมื่อคณะญาติ นำเถ้ากระดูกของผู้ล่วงลับมาถึงเรือ ซึ่งได้มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้นำพิธี ได้เชิญ ให้ญาติ อาวุโส หรือบุตรคนโต ของผู้ล่วงลับ 1 ท่านไปทำพิธี โดยนำดอกไม้สดและธูปเทียนที่ใส่รวมไว้ในพานจุดบูชาแม่ย่านางที่หัวเรือ เพื่อกล่าวบูชาและขออนุญาตแม่ย่านางเรือ โดยผู้นำพิธีได้กล่าวนำ หลังจากนั้นจึงทำการล่องเรือออกไปยังกลางแม่น้ำ หรือทะเลจุดที่ทำพิธีการลอยอังคาร


2. การไหว้อังคารบนเรือก่อนที่จะทำพิธีการลอยน้ำ

เมื่อเรือลอยมาถึงจะที่จะทำพิธีการลอยอังคารอังคารแล้ว จะหยุดเรือลอยลำให้นิ่งเสียก่อน ตรงจุดที่เป็นสะดือที่ลึกที่สุด หลังจากนั้นผู้นำพิธี ก็จะเปิด ลุ้ง / หรือภาชนะที่ใส่อังคาร เชิญ ลูกๆ เท่านั้น หรือ หากเป็น หลาน หรือญาติสนิท ต้องเป็นบุคคลที่ผู้ล่วงลับดูแล หรือเคยดูแลผู้ล่วงลับ จุดธูปเทียนไหว้อังคารและสรงด้วยน้ำอบไทย โรยดอกมะลิ กลีบกุหลาบ ดาวเรือง และดอกไม้อื่นๆ เมื่อทุกคนไหว้อังคารเสร็จแล้ว ผู้ทำพิธีจะห่อลุ้งอังคารด้วยผ้าขาวที่มีขนาดความ กว้าง-ยาวประมาณ ½ เมตร รวบด้วยสายสิญจน์ทำเป็นจุกข้างบนและสอดพวงมาลัยเข้าไป ผู้นำพิธีแจกดอกกุหลาบให้กับคณะญาติมิตรคนละ 1 ดอก


3. การบูชาเจ้าแม่นที-ท้าวสีทันดร

ผู้นำพิธีจัดเครื่องบูชาเจ้าแม่นที-ท้าวสีทันดรให้แก่ลูก หลาน หลังจากนั้น

ผู้นำพิธีจึงจุดเทียน 1 เล่ม และธูป 7 ดอกที่กระทงดอกไม้ 7 สี แล้วจึงกล่าวบูชาและฝากอังคารกับเจ้าแม่นที-ท้าวสีทันดร ดังนี้


คำกล่าวบูชา กล่าวฝากอังคารกับเจ้าแม่นที – ท้าวสีทันดร

(ตั้งนะโม 3 จบ)

นะมัตถุ อิมิสสัง มะหานะทิยา อะธิวัตถานัง สุรักขันตานัง สัพพะเทวานัง อิมินา สักกาเรนะ สัพพะเทเว ปูเชมะ

ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมไหว้บูชา เจ้าแม่นที ท้าวสีทันดร และเทพยดาทั้งหลาย ผู้สถิตคุ้มครองรักษาอยู่ ในทะเล/แม่นำนี้ ด้วยเครื่องสักการะนี้


ด้วยข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้ประกอบกุศลกิจอุทิศส่วนบุญ แก่ ……….(ระบุชื่อผู้ล่วงลับ) และ ณ บัดนี้ จักได้ประกอบพิธี ลอยอัฐิและอังคาร ของ……….(ระบุชื่อผู้ล่วงลับ) พร้อมกับขอฝากไว้ ในความอภิบาล ของเจ้าแม่นที - ท้าสีทันดร/ เจ้าแห่งทะเล และเหล่าทวยเทพทั้งปวง ขอเจ้าแม่นที - ท้าวสีทันดร แม่ย่านางเรือ และเทพยดาทั้งหลาย ได้โปรดอนุโมทนา ดลบันดาล ให้ดวงวิญญาณของ……….(ระบุชื่อผู้ล่วงลับ) จงเข้าถึงสุคติ ในสัมปรายภพ ประสบสุข ใน ทิพยวิมานชั่วนิจนิรันดร์กาลเทอญ


4. พิธีการลอยอังคาร

หลังจากผู้นำพิธีกล่าวบูชา กล่าวฝากอังคารกับเจ้าแม่นที-ท้าวสีทันดรเสร็จแล้ว ผู้นำพิธีจึงเชิญทุกคนยืนไว้อาลัยประมาณ 1 นาที แล้วผู้นำพิธีทำการโยนเหรียญ(ตามสมควร) ลงทะเล/แม่น้ำ เพื่อซื้อที่ตามธรรมเนียมแล้วลงบันไดเรือทางกาบซ้าย เพื่อลอยกระทงดอกไม้ 7สี โดยใช้มือประคองกระทงค่อย ๆ วางบนผิวน้ำหลังจากนั้นค่อยนำ ลุ้ง วางลงบนผิวน้ำโดยให้ญาติทุกคนถือสายสิญจน์ไปด้วย


หากกาบเรือสูงจากผิวน้ำเกินไป และไม่มีบันไดลงเรือ ให้ใช้สายสิญจน์ทำเป็นสาแหรก 4 สาย จำนวนสาแหรก คือใส่กระทงดอกไม้ 7 สี 1 สาแหรก และใส่ห่อลุ้งอังคาร 1 สาแหรก ค่อยๆ หย่อนลงไปบนผิวน้ำ (ขั้นตอนนี้สำคํญคือห้ามโยนลงไปเด็ดขาด) ให้ค่อยๆหย่อนลงไป เมื่อหย่อนห่อลุ้งอังคารลงสู่ผิวน้ำแล้วให้โรยกลีบกุหลาบ ธูปเทียนตามลงไป รวมไปถึงสิ่งของที่เหลือจากการไหว้บูชา ทั้งหมดให้โรยตามลงไปด้วย หลังจากนั้นก็ให้วนเรือซ้ายทั้งหมด 3 รอบ เสร็จพิธี


หลังจากพีธีลอยอังคาร เสร็จไปแล้ว นับจากนั้น 3 เดือน ญาติๆ ก็จะมีการทำพิธีบำเพ็ญกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับอีกครั้ง เมือครบกำหนด 100 วัน ซึ่งถือเป็นการทำพิธี ครบรอบวันตาย ให้แก่ผู้ล่วงลับอีกครั้งหนึ่ง


ติดต่อ ฟิวเนอรัล แพลน เพื่อบริหารจัดแพคเกจพิธีลอยอังคาร พร้อมบริหารอาหารและเครื่องดื่มได้ที่

Line : @funeralservice

โทร : 06-4298-6394

ดู 1,490 ครั้ง